ผลบุญของพ่อแม่ ส่งผลต่อลูกอย่างไรในมุมมองพระพุทธศาสนา
“พรหมาติ มาตาปิตโร”
“มารดาและบิดา ชื่อว่าเป็นพรหมของบุตร”
อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต
เมื่อถึงวันแม่ หลายคนมักกล่าวว่า “พ่อแม่คือพระอรหันต์ของลูก” ด้วยความตั้งใจที่จะยกย่องพระคุณของผู้ให้กำเนิด แต่หากอ้างอิงตามพระพุทธพจน์แล้ว พระพุทธเจ้าทรงเปรียบพ่อแม่ว่าเป็น “พรหมของบุตร” เพราะพ่อแม่คือผู้เปี่ยมด้วยเมตตา กรุณา ความเสียสละ และความปรารถนาดีต่อลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเรียกพ่อแม่ว่าเป็น “บุรพาจารย์” หรือครูคนแรกของชีวิต ผู้สอนลูกด้วยแบบอย่างแห่งการดำเนินชีวิต ก่อนที่ลูกจะได้เรียนรู้จากตำราเล่มใดเสียอีกหลายคนอาจเคยสงสัยว่า “ผลบุญของพ่อแม่ ส่งถึงลูกได้หรือไม่” คำตอบในพระพุทธศาสนาคือ บุญเป็นผลของกรรมที่แต่ละคนสร้างขึ้นด้วยตนเอง ไม่มีผู้ใดรับผลบุญหรือผลกรรมแทนกันได้ แต่ความดีของพ่อแม่สามารถสร้าง เหตุและปัจจัยอันเกื้อกูล ให้ลูกได้รับอานิสงส์อย่างลึกซึ้ง
เมื่อพ่อแม่ดำรงชีวิตด้วยศีลธรรม ซื่อสัตย์ เมตตา และหมั่นสร้างกุศล ลูกย่อมเติบโตในสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่นและมั่นคง ได้ซึมซับคุณธรรมผ่านการกระทำมากกว่าคำสั่งสอน ความซื่อสัตย์ของพ่อแม่อาจหล่อหลอมให้ลูกเป็นคนซื่อตรง ความเมตตาของพ่อแม่อาจปลูกฝังให้ลูกรู้จักเอื้อเฟื้อ และการทำบุญเป็นนิจอาจทำให้ลูกเห็นคุณค่าของการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน นี่คืออานิสงส์ที่เกิดจาก เหตุปัจจัยแห่งความดี มิใช่การถ่ายโอนบุญ แต่เป็นการส่งต่อคุณธรรมจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
พระพุทธศาสนายังยกย่อง ความกตัญญูกตเวที ว่าเป็นคุณธรรมของสัตบุรุษ ผู้รู้คุณและตอบแทนคุณ ย่อมเป็นผู้รักษาความดีงามของโลกไว้ เพราะผู้ที่เห็นคุณของพ่อแม่ ย่อมเห็นคุณของผู้มีพระคุณทั้งหลาย และพร้อมจะส่งต่อความเมตตาไปยังผู้อื่น
วันแม่จึงมิใช่เพียงวันที่เรามอบดอกมะลิหรือของขวัญ แต่เป็นวันที่เราหันกลับมาระลึกถึงพระคุณของผู้ให้กำเนิด ด้วยการดูแลท่าน พูดจาอ่อนโยน ใช้เวลากับท่าน และที่สำคัญคือ ตั้งใจดำเนินชีวิตให้เป็นคนดี
เติมบุญ
วันแม่ปีนี้ พาคุณแม่ไปทำบุญ ถวายสังฆทาน รักษาศีล หรือใช้เวลาอยู่พร้อมหน้ากันอย่างเรียบง่าย เพราะความสุขที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากความยิ่งใหญ่ของโอกาส แต่เกิดจากความรัก ความกตัญญู และความดีที่เราร่วมกันสร้างในแต่ละวัน
อ้างอิง : พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่ม 22 อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต หมวดบุคคล ผู้มีพระคุณ ว่าด้วย “มารดาและบิดาเป็นพรหมของบุตร”